วันนี้ขอนำเสนอ ชีวิตนักศึกษาปีที่1ของข้าพเจ้า(เป็นทางการเกินไปมั้ย?)

ก่อนจะเข้ามหา'ลัย เราก็เป็นนักเรียนคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากจะเป็นวิศวกร

แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะทำตามความอย่างที่ฝันได้ทุกครั้งหรอก จริงมั้ย?

ผลจากการบ้าของเรา เราได้สมัครสอบโควต้าของกายอุปกรณ์ ม.มหิดล ที่รับแค่คนเดียว

แล้วความโชคดีเหลือกันก็สอบติดจนได้ ยังงงๆตัวเองอยู่ว่าได้ๆไงวะ

พ่อแม่ภูมิใจ เพื่อนมันก็อิจฉา แต่เรานี่งง ก็(กูอยากเรียนวิศวะนี่)

แต่ยังไงก็เรียนจนได้ล่ะ หลักสูตรกายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล(ยาวมาก...)

อย่างแรก นศ.ปี1ต้องมาเรียนที่ศาลายา จะว่าไปแล้วที่นี่บรรยากาศดีมากนะ

ห่างจากตัวเมืองมลพิษน้อย ของกินเพียบ ตำนานขลัง...

อย่างที่สอง สาขากายอุปกรณ์จะรับนศ.ไม่เกิน15คน โอ้วๆสังคมเล็กเหลือเกิน

แต่มันก็มีข้อดีอีกอย่างก็คือทุกคนจะสนิทกัน ถึงกันทุกเรื่อง ใครทะเลาะกับแฟน มีใครมาจีบที ก็รู้กันทั้งคณะ

ข้อเสีย คือต้องมานั่งลุ้นว่าเพื่อนคนไหนจะซิ่วบ้าง แล้วขึ้นปี2จะเหลือกี่คน เริ่มเซ็งมั้ย?

เริ่มแรกทั้งคณะมีกัน14คน พอเทอม2เหลือ12คน พอจะผ่านมิกเทอมเหลือ6คน

ช่างเป็นสถิติที่น่าสนใจเหลือเกิน เค้าว่ากันว่าปีเราวิกฤตคณะของจริง

อย่างที่สาม ปัญหาใหญ่ที่มหิดลคือ ผู้ชายจะพบได้น้อยมาก สาวๆบางคนถึงกับเป็นเลสกันเองเลย

หมอก็เป็น ทันตะก็มี เภสัชก็ใช่ วิศวะยังมีแอบเป็น(เกย์) เห้อ......

อย่างที่สี่ ปัญหาเรื่องเรียน มหิดลทุกวิชา mean สูงมาก...ไม่รู้จะสูงไปไหน

เลยต้องมีคติไว้ปลอบใจตัวเองว่า เงยหน้าเจอmeanใต้ตีนเป็นF (ยังดีที่ไม่F)

รูมเมทที่รียนหมอ ขยันมอบโล่ โมโหง่ายเมื่อทำเสียดัง ริงโทนก็ยังห้ามเสียงดัง

ตอนนี้เราเลยกลายเป็นมนุษย์ MP3 เวลาอยู่ห้องเลย แอบเซ็ง ที่เค้าทำมั่งเรายังไม่ว่าเลย...สาด

อย่างที่ห้า ศาลายาของกินมาก ที่เที่ยวเยอะ น้ำหนักขึ้น คอนเสิร์ตบ่อย ต้องดูทุกครั้ง..ขอบ่น

แต่!เราก็รักศาลายาว่ะ ไม่อยากขึ้นปี2กลัวแก่และอยากอยู๋ที่นี่ต่อ  

ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้าที่ รู้แล้วว่าร้ายถ่ายเอกสารใต้ตึกSCของป้าติ๋ว มีทุกอย่างที่เราต้องการ

และศาลายาสโตร์นั้นมีทุกอย่างให้เลือกสรร ยกเว้นสิ่งที่เราต้องการ๕๕๕

เฮ้อ...ขอพูดเรื่องเรียนเกี่ยวกับคณะนิดนึง

สาขากายอุปกรณ์เรียนเกี่ยวกับการผลิตกายอุปกรณ์(ทั้งเสริมและเทียม)เพื่อฟื้นฟูคนพิการ

*คราวหน้าจะว่าเรื่องกายอุปกรณ์ ถ้าไม่ลืมนะ

ปีหนึ่งเรียนbasic science, drawing, intro to PO(ชื่อสาขา)

ปีสองเรียนที่ศิริราช ..... ใกล้วังหลัง ๕๕๕เรื่องเรียนไม่อยากคิด

ปีสาม-สี่ที่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูทางการแพทย์แห่งชาติ(ถูกป่าวหว่า?) กระทรวงสาธารณสุข

แค่นี้ล่ะ ขี้เกียจแล้ว...

ปล.วันที่4มีนาคมจะมีงานอำลาศาลายารุ่นที่26แล้ว หมดตูดแน่

กล้อง Holga อาทิตย์หน้าเจอกันนะ จะใช้งานให้หนำใจเล้ย....

จะมีงานbye seniorแล้ว ไม่อยากคิดสภาพตัวเองแต่งตัวเลยว่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ดีว่ะชีวิตเด็กเรียนเก่ง เรียนเก่ง แถมเหมือนไม่คอยเครียทเลย อิจฉา

#13 By na (203.158.118.15) on 2009-08-26 17:48

#12 By หนิง (125.26.108.142) on 2009-08-05 15:41

ฟังดูแล้วขี้เกียจว่ะ

#11 By เจ้าชายตัวน้อย (203.113.19.198) on 2009-07-28 12:40

ฟังดูแล้วขี้เกียจว่ะ

#10 By เจ้าชายตัวน้อย (203.113.19.198) on 2009-07-28 12:40

ฟังดูแล้วขี้เกียจว่ะ

#9 By เจ้าชายตัวน้อย (203.113.19.198) on 2009-07-28 12:39

ฟังดูแล้วขี้เกียจว่ะ

#8 By apichit1993@thaimail.com (203.113.19.198) on 2009-07-28 12:37

ชิีวิตมันก้องี้แหละอีหนู... จะได้มีสีสรรมั่งไง ^^

#7 By Pukpik on 2008-02-19 23:18

จะรอดูวันงานบายเนียร์นะจ๊ะคนสวย

#6 By ปูน on 2008-02-19 20:29

นี่แค่เป็นการเริ่มต้นของชีวิตเองนะคะ
สู้ต่อไปค่ะ

#5 By ~* แมวอ้วน *~ on 2008-02-19 00:24

- - แฮะๆคล้ายๆสาขาเครื่องมือแพทย์ ไหมค่ะ รู้สึกพระจอมก็เปิดเหมือนกัน
เด็กช๊อบม่วง ปถวๆตึกวิทยา
บางทีก็โผล่มากแบบเสื้อคลุมสีขาวยาวลากดินsurprised smile

#4 By mintd*-* on 2008-02-19 00:04

ว่าศาลายาของกินเยอะ ไปวังหลังแล้วจะรู้ซึ่ก

ข้าวแต๋นน้ำแตงโมวังหลังอร่อยมาก เพิ่งไปซื้อมาเมื่อวาน

จาก รุ่นพี่คณะประตูสี่

#3 By K9 on 2008-02-18 23:57

ชาววังหลังขอเปิดประตูรอต้อนรับครับ
(แม้ว่าจะต่างคณะกันก็ตามที)

#2 By รัตนาดิศร on 2008-02-18 23:48

-*- เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆไม่สามารถถอยกลับได้ นี่แหละ ชีวิตคน